สถาบันสุขภาวะพิสิฐ : สถาบันที่เป็นเลิศด้านสุขภาพและการเป็นอยู่ที่ดี

logo

ข่าวประชาสัมพันธ์

ทำไมยิ่งตั้งเป้าหมายสุขภาพ ยิ่งเครียด: เมื่อการดูแลสุขภาพกลายเป็นภาระ

  • 16 ก.พ. 2569
  • ผู้ดูแลระบบ

ทำไมยิ่งตั้งเป้าหมายสุขภาพ ยิ่งเครียด: เมื่อการดูแลสุขภาพกลายเป็นภาระ

สวัสดีครับ

ช่วงต้นปีเป็นช่วงเวลาที่หลายคนตั้งเป้าหมายด้านสุขภาพอย่างจริงจัง ตั้งแต่การออกกำลังกาย การควบคุมอาหาร การนอนให้เพียงพอ ไปจนถึงการดูแลใจให้สงบ แต่เมื่อเวลาผ่านไปเพียงไม่กี่สัปดาห์ หลายคนกลับรู้สึกว่า ยิ่งพยายามดูแลสุขภาพ กลับยิ่งเหนื่อยและกดดัน จนบางครั้งสุขภาพที่ควรดีขึ้น กลับกลายเป็นภาระทางใจโดยไม่รู้ตัว

คำถามที่น่าสนใจคือ เหตุใดการดูแลสุขภาพ ซึ่งควรเป็นเรื่องเกื้อหนุนชีวิต จึงกลายเป็นแหล่งความเครียดของคนจำนวนมาก
เมื่อเป้าหมายสุขภาพกลายเป็น “ภาระที่ต้องทำให้สำเร็จ”

งานวิจัยด้านจิตวิทยาพบว่า ความเครียดไม่ได้เกิดจากการตั้งเป้าหมายเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากวิธีที่เรามองเป้าหมายนั้น หากเป้าหมายถูกมองว่าเป็น “หน้าที่ที่ต้องทำให้ได้” หรือ “มาตรฐานที่ห้ามพลาด” สมองจะตอบสนองในลักษณะเดียวกับความกดดันจากงานหรือการสอบ ส่งผลให้ระดับความเครียดเพิ่มขึ้น และแรงจูงใจภายในลดลง¹

ในยุคปัจจุบัน ภาพสุขภาพดีในสื่อสังคมออนไลน์ยิ่งซ้ำเติมความรู้สึกนี้ หลายคนเปรียบเทียบตนเองกับภาพความสำเร็จของผู้อื่นโดยไม่รู้ตัว จนรู้สึกว่าตนเอง “ ทำได้ไม่ดีพอ” แม้จะพยายามอย่างเต็มที่แล้วก็ตาม

เวชศาสตร์วิถีชีวิต: สุขภาพไม่ควรเป็นภาระ
เวชศาสตร์วิถีชีวิตเสนอกรอบคิดที่แตกต่างออกไป คือการมองการดูแลสุขภาพไม่ใช่เป็นภารกิจเพิ่มเติมในชีวิตที่ยุ่งอยู่แล้ว แต่เป็นการ ปรับวิถีชีวิตให้เอื้อต่อสุขภาพมากขึ้นในระดับที่ทำได้จริง หลักสำคัญคือ “ สุขภาพที่ยั่งยืนไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบ แต่ต้องสอดคล้องกับชีวิตจริงของแต่ละคน ”²
เมื่อการดูแลสุขภาพถูกออกแบบให้หนักเกินไป เข้มงวดเกินไป หรือไม่ยืดหยุ่น ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นมักไม่ใช่สุขภาพที่ดีขึ้น แต่คือความรู้สึกผิด เหนื่อยใจ และการเลิกทำในที่สุด

สัญญาณเตือนว่า “การดูแลสุขภาพกำลังกลายเป็นภาระ”
ลองสำรวจตนเองว่า ท่านกำลังเผชิญสัญญาณเหล่านี้หรือไม่
• รู้สึกเครียดหรือกังวลเมื่อพลาดกิจกรรมสุขภาพบางอย่าง
• รู้สึกผิดทุกครั้งที่กินหรือพักผ่อนตามใจตนเอง
• มองการดูแลสุขภาพเป็นรายการที่ต้องทำให้ครบ มากกว่าการดูแลตนเอง
• เริ่มหลีกเลี่ยงหรือเบื่อหน่ายกิจกรรมที่เคยตั้งใจทำ

สัญญาณเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าท่าน “ขาดวินัย” แต่สะท้อนว่าแนวทางที่ใช้อาจยังไม่สอดคล้องกับชีวิตจริงในช่วงเวลานั้น

ปรับมุมคิดใหม่: จาก “ต้องทำให้ได้” เป็น “ดูแลเท่าที่ไหว”
เวชศาสตร์วิถีชีวิตแนะนำให้เปลี่ยนคำถามจาก วันนี้ทำครบหรือไม่ เป็น วันนี้ดูแลตัวเองได้อย่างเหมาะสมแค่ไหน การลดระดับความเข้มข้นของเป้าหมาย และเปิดพื้นที่ให้กับความยืดหยุ่น จะช่วยลดความเครียด และทำให้การดูแลสุขภาพกลับมาเป็นเรื่องที่เกื้อหนุนชีวิตอีกครั้ง³

ตัวอย่างเช่น
• ออกกำลังกายเบาลง แต่ทำสม่ำเสมอ
• เลือกกินอาหารดีขึ้นบางมื้อ ไม่จำเป็นต้องทุกมื้อ
• ให้ความสำคัญกับการพักผ่อน แม้ในวันที่งานยุ่ง
การดูแลสุขภาพไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบ แต่ควร “พอเหมาะกับชีวิตในช่วงนั้น”

สุขภาพที่ดี เริ่มจากความเมตตาต่อตนเอง
ในท้ายที่สุด สุขภาพที่ยั่งยืนไม่ได้เกิดจากการบังคับตนเองอย่างหนัก แต่เกิดจากความเข้าใจและเมตตาต่อตนเอง เวชศาสตร์วิถีชีวิตย้ำว่า เมื่อการดูแลสุขภาพไม่เป็นภาระ แต่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันอย่างเป็นธรรมชาติ เราจะสามารถดูแลตนเองได้ต่อเนื่องมากขึ้น

เมื่อเราค่อย ๆ ปรับเป้าหมายให้สอดคล้องกับชีวิตจริง ลดความกดดันที่ไม่จำเป็น และให้คุณค่ากับความสม่ำเสมอมากกว่าความสมบูรณ์แบบ สุขภาพที่ดีจะไม่ใช่เรื่องไกลตัว และในที่สุด ท่านจะบรรลุแนวคิดสำคัญของเวชศาสตร์วิถีชีวิตที่ว่า “แก่ช้า เจ็บสั้น อายุยืนแบบมีคุณภาพ”

รศ.ดร.นพ.ภูดิท เตชาติวัฒน์ และ ดร.นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์

สถาบันสุขภาวะพิสิฐ สมาคมเวชศาสตร์ป้องกันแห่งประเทศไทย
KALM Center และสมาคมโค้ชเวชศาสตร์วิถีชีวิตและเวลเนสไทย

24 มกราคม พ.ศ. 2569

เอกสารอ้างอิง
1. Ryan RM, Deci EL. Intrinsic and extrinsic motivations: Classic definitions and new directions. Contemp Educ Psychol. 2000;25(1):54–67.
2. Lianov L, Johnson M. Physician competencies for prescribing lifestyle medicine. JAMA. 2010;304(2):202–203.
3. Sirois FM, Hirsch JK. Self-compassion and adherence in five medical samples: the role of stress. Mindfulness. 2019;10(1):46–54.